สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ

เมืองการ์ตูน



"รวบรวมเรื่องราว บทความ บทสัมภาษณ์ คนการ์ตูน"

ของขวัญวันเด็ก หยอย - ศศิ วีระเศรษฐกุล

 ของขวัญวันเด็ก หยอย - ศศิ วีระเศรษฐกุล

 ART EYE VIEW---หยอย - ศศิ วีระเศรษฐกุล เจ้าของผลงานหนังสือภาพหลายเล่ม และเพจ “การเดินทางของพระจันทร์” ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น
       
       มี “ของขวัญปีใหม่และวันเด็ก” ให้กับแฟนเพจของเขา เป็นภาพวาดสีน้ำภาพนี้ เพื่อแทนคำอวยพรให้เป็น “ปีและวันที่สดใส” สำหรับผู้ใหญ่และเด็กๆทุกคนที่ชื่นชอบผลงานของเขา
       
       นักวาดภาพประกอบ ผู้ที่พ่อแม่ตั้งชื่อให้ดูคล้ายผู้หญิง เพื่อข่มความดื้อของเขาเมื่อครั้งเป็น "เด็กชาย" บอกไอเดียในการเขียนภาพนี้ว่า
       
       “เวลาที่ไปเดินตามห้างสรรพสินค้าในช่วงปีใหม่ ผมชอบในบรรยากาศที่ครอบครัวจูงลูกจูงหลานมาเที่ยว ก็เลยเอาไอเดียตรงนั้นมาเขียนภาพๆนี้ เพราะอยากจะให้ทุกคนมีความสุขเหมือนเมื่อตอนเป็นเด็ก ที่ได้ไปเที่ยว ไปอะไร และอยากให้ปีนี้เป็นปีที่สดใสสำหรับทุกคนไปตลอดทั้งปี”

  แฟนเพจในโลกออนไลน์อาจแปลกใจ ที่ในช่วงส่งท้ายปีเก่าที่ผ่านมา เพจโชว์ผลงานภาพสีน้ำของเขาจะไร้การอัพเดท เหตุเพราะหยอยไปทำหน้าที่เจ้าบ่าวให้กับหญิงสาวคนรักซึ่งมีอาชีพเป็นเภสัชกรอยู่ที่เมืองย่าโม
       
       และขณะนี้เขาได้กลับมาทำงานหลายอย่างที่พร้อมจะขับเคลื่อนไปด้วยในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะงานในฐานะ สถาปนิกอิสระ ตามที่ร่ำเรียนจบมาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น,ครูสอนวาดภาพสีน้ำแห่ง “วาด สตูดิโอ” ,นักวาดภาพประกอบ และดูแลเพจบน facebook ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว แม้เขาจะมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรก และเป็นอีกช่องทางที่ทำให้เขาได้สื่อสารกับแฟนผลงาน

   >>>เรื่องราวน่ารัก ภาพสีน้ำสบายตา
       
       สมัยเรียนอยู่ปี 3 หยอยคืออดีตเจ้าของรางวัลชนะเลิศการออกแบบที่อยู่อาศัยให้กับคนชรา ซึ่งจัดโดย สหประชาชาติ และมีนักศึกษาด้านสถาปัตย์จากทั่วโลกส่งผลงานเข้าประกวด
       
       เริ่มทำงานแรกหลังจากที่เรียนจบที่ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด,มีผลงานภาพประกอบปราฎครั้งแรกในนิตยสารa day ต่อเนื่องไปถึงการภาพประกอบให้ สำนักพิมพ์ลายเส้น,สำนัก booktopia และมูลนิธิเด็ก แต่ผลงานของเขาเป็นที่รู้จักเป็นมากในช่วงเวลาที่ Something Sometime Somewhere Everyday หนังสือภาพเล่มที่ 3 ที่เขาทำร่วมกับ สำนักพิมพ์ full stop คลอดออกมา
       
       และเหตุที่ผลงานของเขาเป็นที่ประทับใจผู้คน แฟนผลงานของเขาสะท้อนว่า นำเสนอเรื่องราวได้น่ารัก ด้วยภาพสีน้ำที่ดูแล้วสบายตา 
       
       “ผมชอบสีน้ำ และส่วนใหญ่จะทำงานที่เขียนด้วยมือให้จบเลยครับ คนอื่นเขาอาจจะใช้คอมพิวเตอร์ ใช้โฟโต้ชอป หรือใช้อย่างอื่นในการลงสี 
       
       ชอบสีน้ำ เพราะว่าเราชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น สมัยก่อน การ์ตูนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะใช้สองเทคนิคในการวาด คือ สีโปสเตอร์ กับสีน้ำ แต่สีโปสเตอร์ผมลองแล้วไม่ค่อยชอบ เลยมาจบที่สีน้ำ ฝึกเรื่อยมา
       
       และอีกอย่างที่ทำให้ชอบสีน้ำ เพราะตอนเรียนต้องใช้ ด้วย เป็นเหมือนกับสีจำเพาะที่ต้องมาลง ตอนพรีเซ้นต์แบบ
       
       ผมพยายามเลือกใช้โทนสีที่ดูแล้วสบายๆ สื่อถึงความน่ารัก และใช้เทคนิคเรียบง่าย ไม่ใช้เทคนิคเยอะ”

   >>> นักวาดภาพประกอบ ชอบจดบันทึก
       
       เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพและประโยคสั้นๆมีเคียงมาพร้อมกับภาพวาดสีน้ำ ส่วนหนึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจาก นิสัยที่ชอบจดบันทึก
       
       “ผมเริ่มมาจาก การเป็นคนที่ชอบจดไดอารี่ เพื่อบันทึกว่าแต่ละวันไปเจออะไรมาบ้าง เริ่มมาจากการเขียนเพื่อเตือนตัวเอง เวลามีความทุกข์ เวลาเจอปัญหา ก็พยายามเขียนเตือนตัวเองว่า มันยังมีเรื่องที่ดีอยู่ เริ่มมาจากตรงนั้นก่อน ทีนี้ก็เลยเขียนมาเรื่อยๆ เอาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาประกอบกัน เรื่องที่เห็น กับเรื่องในความคิดของเรา”
       
       ดังนั้น อุปกรณ์เขียนสีน้ำ,สมุดเขียนสีน้ำ และสมุดจดบันทึก จึงกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องพกติดตัว ในเวลาที่เดินทางไปไหนต่อไหนเสมอ 
       
       “ถ้าเกิดไม่ใช่งาน ก็จะเขียนได้ทุกที่ แต่ถ้ามันงานที่ต้องทำเป็นหนังสือ อันนี้ต้องการที่เงียบๆครับ เพราะว่าเวลาไปเที่ยวไปอะไร ผมก็จะสเก็ตซ์อยู่แล้ว ตามร้านกาแฟ ตามอะไรอย่างนี้ครับ บางทีเห็นที่สวยๆ ผมก็นั่งเขียน”

     >>>ปีใหม่ และเป้าหมาย
       
       ปีนี้หยอยยังวางแผนให้กับงานในแต่ละด้านไว้ว่า งานสถาปนิกเน้นทำตามกำลัง และงานในฐานะครูสอนวาดรูป เปรียบกับการเล่นฟุตบอล ตำแหน่งของเขาเป็นเพียงผู้ร่วมเตะ 
       
       “ เหมือนผมไม่ได้เป็นโค้ช แต่ผมคือผู้ร่วมเตะไปกับนักเรียน แต่ว่าอยู่คนละตำแหน่งเท่านั้นเอง”
       
       งานหนังสือภาพเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าต้องมีตีพิมพ์อย่างน้อยปีละ 1 เล่ม 
       
       “พยามสร้างวินัยให้ตัวเอง ก็เหมือนกับทุกคน ที่พอถึงปีใหม่ จะตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เช่น ปีนี้ฉันไปเที่ยวต่างประเทศ ฉันจะมีรถซักคัน ผมก็พยายามตั้งแบบนี้เหมือนกัน”
       
       ส่วนบนหน้าเพจ “การเดินทางของพระจันทร์” พื้นที่ซึ่งมีแฟนเพจทวีจำนวนมากขึ้น เขาเลือกที่จะใช้เป็นพื้นที่ของการสื่อสารและตอบคำถามเฉพาะเรื่องงานภาพวาดสีน้ำเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาเคยประสบกับปัญหาเรื่องการบอกเล่าทุกอย่างที่เป็นความรู้สึกส่วนตัวผ่านโลกออนไลน์
       
       “ปัญหาคือ แต่ก่อน เราลงเกือบทุกเรื่องที่เป็นเรื่องความรู้สึกของเรา ผมก็เลยมองว่า ถ้าเกิดเราตั้งคอนเซ็ปต์ว่ามันเป็นเพจนำเสนอผลงานสีน้ำ ก็ควรจะต้องมีแต่ผลงาน ถ้ามันชัดขึ้นปัญหามันก็น้อยลง 
       
       ประโยชน์จากเฟซบุ๊ค ส่วนตัว ผมได้สื่อสารกับคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน อย่างที่สองเราเป็นนักเขียน เราไม่มีโอกาสเลยที่จะได้พูดคุยกับคนอ่าน ตรงนี้เป็นช่องทางนึงที่เราจะได้พูดคุยกับเขา ในเรื่องผลงาน ในเรื่องของตัวหนังสือ ซึ่งมันสะดวก 
       
       และอีกอย่างหนึ่งคนที่เขาติดตามผลงานของเรา เขาจะได้รู้ด้วยว่า เล่มใหม่จะออกเมื่อไหร่ จะมีผลงานอะไรอีกบ้าง”
       
       หยอยบอกว่า เขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่ใช้ facebook ส่วนตัว นอกจากหน้าเพจนำเสนอผลงาน และเลือกที่จะบริหารความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทผ่านช่องทางอื่น
       
       “เพื่อนที่สนิทๆกันก็ไปมาหาสู่ โทรศัพท์คุยกันอยู่แล้ว และผมพยายามกรองข้อมูลที่จะเข้ามาในหัว facebook มันมีประโยชน์คือเราได้รับรู้ข่าวสาร แต่บางทีมันก็มากเกินไป มันต้องกรองตรงนี้ ผมคิดว่าเรื่องมิตรภาพ หรือว่าเรื่องเพื่อน มันติดต่อกันได้หลายทาง”

  >>>วันเด็กยังอยู่กับผมเสมอ


       
       นอกจากนี้เขายังวางแผนการใช้ชีวิตไว้ว่าต้องหมั่นดินทางมากขึ้น เพื่อจะได้มีเวลาให้กับคนรักที่ทำงานอยู่คนละที่ แต่ยังไม่มีแผนมีทายาทตัวน้อยๆในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าวัยและวันจะผ่านไปอีกแค่ไหน เขาบอกว่า ภายในพยายามรักษาความเป็นเด็กเอาไว้ เพื่อให้งานที่ทำในแต่ละวัน มีอะไรให้น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ
       
       “จริงๆแล้วมันก็เกี่ยวข้องกับงานของผมพอสมควร คือความเป็นเด็ก มันก็เป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมทำหนังสือภาพ ผมพยายาม keep ความเป็นเด็กไว้ค่อนข้างเยอะ อย่างเช่นงานที่ออกมา จะเห็นว่าผมไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ ผมใช้อุปกรณ์เครื่องเขียน ที่ต้องใช้มือเขียน ทั้งสีไม้ สีน้ำ 
       
       ผมพยายาม keep ความเป็นเด็กเหมือนตอนที่ผมวาดรูปเมื่อตอนเป็นเด็ก พยายามใช้คอมพิวเตอร์ ให้น้อยที่สุด เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต พยายามมองสองด้าน มองด้านที่เราเป็นผู้ใหญ่ กับ ด้านที่เราไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน ผมพยายามมองให้มันเป็นสองแง่ เหมือนกับเอามาวิเคราะห์ดูว่า แบบไหนมันถึงจะเอามาบอกเล่ากับคนแล้วเข้าใจง่ายที่สุด”
       
       ย้อนกลับไปนึกถึงวันเด็กที่ตัวเอง เคยเป็นส่วนหนึ่งเมื่ออดีต ภาพที่ยังฉายชัดอยู่ในความทรงจำของหยอย คือภาพต่างๆดังต่อไปนี้
       
       “นึกถึงการประกวดวาดภาพระบายสี ผมอยู่ต่างจังหวัด มันก็จะมีงานตามสถานที่ต่างๆ เช่น สถานที่ราชการ สวนสัตว์ ฯลฯ เขาจะมีกิจกรรมให้เล่นเพื่อชิงรางวัล และทุกที่ต้องมีคือ กิจกรรมวาดรูป ผมสนุกกับตรงนั้น เหมือนเป็นสนามให้เราพบปะผู้คน ได้ขนม และพวกเครื่องเขียน(ยิ้ม)”

 >>> แค่อารมณ์และความรู้สึกยังไม่พอ
       
       ในฐานะที่แฟนผลงานเป็นเด็กๆจำนวนไม่น้อย หยอยมีคำแนะนำให้กับน้องๆที่อยากมีความสุขกับการทำงานแบบเขาว่า
       
       “อย่างแรก เราต้องสนุกกับมันก่อน ห้ามท้อแท้ เพราะว่าจริงๆแล้วเรื่องการวาดรูป มันเป็นเรื่องสนุก เราก็ต้องทำให้มันสนุก มันจึงจะทำต่อเนื่องได้ยาวนาน เราต้อง enjoy กับสิ่งที่เราทำ 
       
       อีกอย่าง ถ้าเพิ่งเริ่มต้น อย่าเพิ่งไปมองเรื่องพัฒนาการ เราต้องคุยกับตัวเองเยอะๆ คุยว่า เราทำแล้วเราสนุกหรือเปล่า เราทำแล้วเรามีความสุขหรือเปล่า เพราะว่าส่วนใหญ่ที่ทำแล้วท้อก็คือ ทำแล้วเอาไปให้คนอื่นดู พอคนอื่นไม่ชอบ เขาตำหนิ เราก็ท้อไม่อยากทำต่อ ฉนั้นต้องคุยกับตัวเองมากๆ เหมือนกับว่าต้องสนุกกับสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานภาพประกอบหรืองานอะไรก็ตาม”
       
       และที่สำคัญ ถ้ารักแล้ว อย่าลืมใส่เรื่องของวินัยลงไปด้วย
       
       “เมื่อเราเลือกที่ทำงานชิ้นไหนให้เป็นจริงเป็นจัง หรือเป็นอาชีพแล้วเนี่ย สิ่งที่มันจะเสริมให้งานของเราออกมาดี มีคุณภาพ เราต้องใส่เรื่องความมีวินัยเข้าไป
       
       เราผ่านประสบการณ์มาแล้ว เรารู้ว่าแค่อารมณ์และความรู้สึกอย่างเดียว มันไม่ทำให้งานมีออกมาเป็นชิ้นเป็นอันได้ แต่มันต้องมีการวางแผน ไม่ว่างานอะไร มันต้องมีการลงแรง ทุ่มเท ต้องแบ่งเวลา”
       
       Text : ฮักก้า Photo : ธัชกร กิจไชยภณ

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9560000002715



แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login เข้าระบบก่อน
แสดงความคิดเห็น

หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่